web analytics

เผชิญกับความล้มเหลว เมื่อบัญชี Google Developer ของผมถูกปิด

cover-1

สวัสดีครับ บทความนี้ขอนำเสนอเรื่องราวความผิดพลาดของผมเอง มันสร้างความท้อแท้และความรู้สึกล้มเหลวให้ตัวผมมากๆ และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงาของผมเลยที่ทำให้ผมเครียดและรู้สึกท้อแท้ แย่กับตัวเองได้มากขนาดนี้ เลยจะมาแชร์และบันทึกเรื่องนี้ไว้ครับ

ขอเขียนแบบบันทึกเล่าเรื่อง

เรื่อยเปื่อยนะครับ

 

เริ่มต้น

เรื่องมีอยู่ว่าบัญชี Google Developer ของผมถูกปิด เพราะทำผิดนโยบายหลายครั้ง สิ่งนี้ทำให้แอปทั้งหมดของผมถูกปิดไปด้วย เรียกว่าหายไปดื้อๆจาก Store ผมรู้สึกช็อคมากอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนที่เราทำมาทุกอย่างพังทลาย สูญเสียแอป ผลงาน รู้สึกเสียดาย เสียใจ ผมมีแอปที่มีอยู่ใช้หลายพันคน มีรีวิวกว่า 1,500 รีวิว ยอดดาวน์โหลดที่สะสมมานาน ซึ่งแอปเหล่านี้เป็นรายได้หลักของผม เพราะผมเป็นนักพัฒนาอิสระ ไม่มีงานประจำ พอทั้งหมดแอปที่ทำเงินห้ผมถูกลบมันจึงทำให้ผมไม่มีรายได้เข้ามา

 

การทำผิดนโยบาย

วันที่ 13 เมษา 2561 วันสงกรานต์ ผมได้อีเมลที่แจ้งว่าบัญชีคุณถูกปิดแล้วนะ เป็นสงกรานต์ที่ห่วยที่สุดในชีวิต
Google Play Publisher Account has been terminated.

และยังทิ้งท้ายว่าห้ามสมัครบัญชีใหม่นะ และญชีคุณจะไม่ถูกคืนในเวลานี้
ผมจึงสงสัยว่า เขาปิดแค่ชั่วคราวหรอ ผมจะได้คืนอยู่ใช่หรือไม่

1

 

ผมไม่ปฏิเสธเลยว่ามันเป็นความผิดของผมเองที่ดันไปทำแอปสาย Unoffial คือแอป Pantip ,Poloniex , TDAX ซึ่งทั้งหมด google บอกว่าจะผิดนโยบายของ google ที่เป็นแอปทำให้ชวนเข้าใจผิดว่าแอปพัฒนาจากเจ้าของ ถ้าจะทำแอปลักษณะนี้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของก่อน ซึ่งเขาก็ถามหา permission แน่นอนว่าผมไม่มี

แอปแรกที่โดนคือ Pantip Story แอปนี้โดนเดือนตุลาคม 2017
ที่ผิดนั่นก็เพราะว่า ห้ามใช้คำว่า PANTIP นำหน้าชื่อเพราะมันเป็นเครื่องหมายการค้า อันนี้ผมผิดเองที่ไม่รู้ ผมเลยไปดูแอปอื่นๆที่เขาทำของ patip ปรากฏว่าชื่อ Pantip มักอยู่ด้านหลัง ยกเว้นแอป Pantip Connector ซึ่งเขาอาจจะได้รับสิทธิจากทาง pantip ซึ่งมอุส่าทำแอป pantip มาแล้วจะมายอมแพ้ตอนนี้ได้ยงไง ดังนั้นวิธีแก้ของผมคือ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Story for PANTIP ทำให้ผ่านมาได้ แต่นั่นคือ ผมโดน Strike ที่ 1 โดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยว่าโดนไปแล้ว

3

 

แอปที่ผิดนโยบายตัวที่สองสามเป็นแอปลักษณะเดียวกัน ทำในเวลาเดียวกันและโดนพร้อมกัน อันนี้คือแอป Bitcoin Poloniex Ex
ผมคิดว่าหากเราจะใช้ชื่อสินค้นค้าที่ไม่ใช่ของเรา เราห้ามใช้มันนำหน้า ผมเลยนำคำอื่นมาไว้ด้านหน้าแทน แต่ที่พลาดคือดันไปใช้ไอคอนของเขาด้วย ซึ่งผมวาดใน paint แล้วใส่พื้นหลังด้วย photoshop คิดว่าถ้าแอปไม่ผ่าน ก็ค่อยมาแก้ นั่นทำให้ผมโดนไปอีกกระทง

1

 

แอปที่สาม Bitcoin TDAX Ex ก็โดนด้วยกรณีเดียวกัน ทำให้ Strike ที่ 2,3 มาพร้อมกัน

1

 

ส่วน Adword , Admob ในแอปเหล่านั้นจะถูกปิดไปด้วยอัตโนมัติ พูดง่ายๆก็คือ ถึงแอปเหล่านั้นจะยังมีคนใช้งานอยู่ เราก็จะไม่ได้เงินอีกต่อไป

2

 

การอุทรณ์

คุณสามารถอุทรณ์ได้เพื่อให้ได้บัญชีคืนมา โดยต้องมีหลักฐานว่าคุณไม่ผิดนะ และผมก็ลองแล้ว ทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย (เผื่อได้คืน) ผมก็ไปขอความเห็นใจ ว่าผมไม่ทราบ policy ซึ่งเป็นความผิดและเป็นความบกพร่องของผมเองที่ละเลยการทำความเข้าใจ policy เอง อยากจะขอโอกาสแก้ตัวใหม่ อยากให้เขาให้โอกาสอีกครั้ง เขียนๆไปทำนองนี้แหละ และแน่นอนว่าไม่เป็นผล เขาตอบอีเมลกลับมาว่าคืนให้ไม่ได้แล้วก็ย้ำอีกรอบว่า ถ้าสมัครบัญชีใหม่จะโดนปิดนะ และไม่คืนเงินด้วย แถมบอกให้ไปใช้ที่อื่นในการเผยแพร่แอป

3

การอุทรณ์ก็แค่กรอกฟอร์มธรรมดา ที่ลิงค์นี้
https://support.google.com/googleplay/android-developer/contact/emailappeals

 

 

เก็บไว้เป็นบทเรียน

นี่คือสิ่งที่ผมจะจำไปตลอด และจะไม่ทำผิดอีก ผมคิดว่าจะไม่ทำแอป Unofficial อีกแล้ว

ผมลองค้น Google ใน keyword ว่า “Google Play Publisher Account has been terminated.” ก็พบว่ามีคนโดนเยอะเหมือนกัน บางคนมี Active User 20k ต่อวันเลยทีเดียว และก็มีการแชร์เรื่องราวของตนเอง ซึ่งเท่าที่อ่านแทบทุกคนบอกว่าไม่ได้คืน โดนถาวร ยกเว้นว่า จะมีหลักฐานยืนยันว่าคุณไม่ได้ละเมิด และที่ร้ายกว่านั้นหากเราสมัครบัญชี Developer อันใหม่ มันจะถูกแบนตามหากพบว่าเชื่อมโยงกับคนที่ทำผิด คล้ายๆการติด Black list ไปแล้ว เขาก็ไม่ต้อนรับอีกต่อไป

แล้วเราจะไม่สามารถเข้า Developer Console ได้อีก

ban

 

จากนั้นก็ลองไปปรึกษาในกลุ่ม Facebook ซึ่งก็มีผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาให้คำแนะนำเป็นอย่างดี

4 5

 

วางแผนแก้ปัญหา

ตอนนี้คงจะเอาบัญชีเดิมคืนมาไม่ได้แล้ว ก่อนอื่นต้องตั้งสติและทำใจยอมรับถึงการสูญเสียบางอย่าง แต่โอกาสก็ไม่หมดเสียทีเดียว ที่ผมทำได้คือเริ่มต้นใหม่และทำให้ผู้ใช้เดิมย้ายมาแอปใหม่ แต่ต้องระวังเรื่องการแบนต่อเนื่องตามที่มีคนแนะนำ ดังนั้นปัญหาที่ต้องคิดเลยคือ การรับผิดชอบกับผู้ใช้แอปของเรา หลักๆคือแอป Wallet Story ที่มีผู้ใช้งานอยู่จำนวนมาก มีทั้ง ผู้ใช้งานทั่วไป คนที่ซื้อเวอชัน Pro และซื้อรายเดือน หากผมจะเริ่มต้นใหม่ผมจะต้องหาทางให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้งานในแอปตัวใหม่ และหาทางให้คนที่เคยซื้อแล้วได้แอปเวอชัน Pro เหมือนเดิม ส่วนคนที่จ่ายรายเดือน รายปีนั้นผมอาจจะต้องคืนเงิน หรือไม่ก็หาทางรับผิดชอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ที่คิดไว้คือคืนเงินครึ่งนึง อันนี้ผมต้องขอคิดและดูท่าทีอีกที เพราะยังไม่รู้รับมือกับปัญหานี้ยังไง

ด้วยความที่แอป Wallet Story ผมทำมานานและเติบโตมากับผู้ใช้ ผมจึงสร้าง Facebook group ของ Wallet Story และแนะนำให้ผู้ใช้งานแอปเข้ามา ดังนั้นผู้ใข้งานอย่างเป็นประจำจะอยู่ร่วมกลุ่มนี้ ทำให้ผมสามารถพูดคุยและแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ซึ่งผมก็บอกเล่าปัญหาที่ผมเจอ และบอกถึงวิธีการย้ายไปใช้แอปใหม่ให้พวกเขาทราบ ซึ่งผู้ใช้หลายๆท่านก็เข้าใจและให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณมากๆครับ และแอปอื่นๆของผมที่ไม่ผิดกฏแต่ก็โดนผลกระทบไปด้วย คิดว่าจะค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละแอป

6

 

เริ่มต้นกู้คืนแอป Wallet Story

Wallet Story เป็นแอปบันทึกรายรับรายจ่ายที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 100,000 เป็นแอปหลักของผมที่ทำเงินเป็นค่าข้าวของผมเอง การสูญเสียรายได้และผลงานแอปทั้งหมด เป็นเหตุผลที่ผมต้องรีบฟื้นกลับมาให้เร็วที่สุด ผมสมัคร developer account ใหม่และรีบปรับโค้ดแอปตัวหลักของผม คือ แอป Wallet Story เพื่ออัพให้เร็วที่สุด เพราะแอปนี้ทำรายได้ให้ผมเป็นหลัก แต่มันก็ลำบากอยู่บ้าง คือต้องแก้ไขบางอย่าง เช่น In-App ต้องทำใหม่ , Admob ต้องแก้ไขใหม่ , แก้ไข packagename ใหม่ , keystore ใหม่ , ต้องแยกเครื่องไปอัพในอีกเครื่อง, ใส่รายละเอียด store ใหม่หมด , เปลี่ยน facebook login key ใหม่ แต่ที่น่าจะเป็นปัญหาคือการย้ายข้อมูลของผู้ใช้มาที่แอปใหม่ ซึ่งโชคดีที่ผมมีกลุ่มใน Facebook เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ทำให้ผมสามารถพูดคุยและแจ้งให้ผู้ใช้ย้ายข้อมูลมาได้ อาจจะไม่ทุกคนแต่ก็เป็นส่วนใหญ่

ซึ่งผมก็แจ้งผู้ใช้ในกลุ่ม facebook ทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก และยังให้กำลังใจผมอีกด้วย

1

 

มาพร้อมกับ Wallet Story 4.0 – The New Universe

ic_200_new_universe

ผมเรียก Wallet Story ในบัญชีใหม่ของผมว่า Wallet Story ในจักรวาลใหม่ โดยแอปนี้คือจะให้ผู้ใช้ย้ายข้อมูลมานั่นเอง ทีนี้ก็ย้ายข้อมูลก็ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือผ่าน server ของแอปที่ผมทำไว้เป็นระบบสำรองข้อมูล อันนี้ผู้ใช้ต้องเสียเงิน เป็น subscription เดิม อีกวิธีคือการส่งออกไฟล์แล้วมานำเข้าในแอปใหม่ อันนี้ผมทำไว้สำหรับคนไม่อยากจ่ายเงินเพื่อสำรองข้อมูลบน server ปัญหาที่เจอปัญหาแรกเลยคือมีผู้ใช้บางท่านที่สำรองข้อมูลไว้ แต่พอล็อคอินแล้วแอป crash ทำให้ไม่สามารถย้ายข้อมูมาแอปใหม่ได้ ผมเลยเร่งหาสาเหตุก็พบว่าคนที่มีปัญหานี้คือคนที่มีข้อมูลจำนวนมาก คือ 4,000+ รายการ ซึ่งพอไปดูเรื่องของ database ก็พบว่า เป็นปัญหาที่การส่งข้อมูล ซึ่งผมทำไว้สมัยเรียนโน้น จะแก้อะไรก็ลำบากไปหมด โดยปัญหาไปอยู่ที่ php ที่ไม่รู้ทำไมเวลาดึงข้อมูลมาจาก database ดันเอามาได้ไม่หมดทั้งๆที่ใน database ข้อมูลก็ครบ คิดแล้วเครียด งานเราก็เร่งเสียด้วย ผมเลยแก้เฉพาะหน้า คือเร่งแก้ไขระบบหลังบ้านใหม่ ทีนี้ก็ไปบอกให้ผู้ใช้ท่านที่มีปัญหานี้กดอัพโหลดที่แอปเก่าเพื่อให้ข้อมูล sync กับ server ใหม่ อันนี้ก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่แอปเก่ายังอัพโหลดได้ แม้ว่าผมจะเขียนให้มันเช็คกับ google play ว่าต้องเป็นคนที่ซื้อ subscription แล้วเท่านั้น แต่การที่แอปโดน google play ปิดไปแล้ว มันก็ยังใช้งานได้ ซึ่งถ้าใช้ไม่ได้จะเป็นสิ่งที่ผมกลัวเพราะว่า หากแอปเก่าจะอัพโหลดไม่ได้เรื่องจะยุ่งไปอีก ซึ่งปัญหานี้มีแค่ 4-5 คน เท่าที่แจ้งเข้ามา ก็เลยคุยแก้ไขง่ายหน่อย

โอเค ตอนนี้ผู้ใช้ทยอยย้ายข้อมูลมาแล้ว ปัญหาที่ตามมาคือผู้ใช้ที่ย้ายข้อมูลไปบอกว่า สรุปผลรายวัน รายเดือน รายปีต่างๆ มันเพี้ยน ใช่แล้ว มันคือบัค เราไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา พอผมคิดย้อนๆไป อ้อก่อนหน้านี้ผมทำฟีเจอร์ใหม่ที่แยก category setting  ออกมาในแต่ละ account slot ค้างไว้และยังไม่ได้ test มันเลย นี่เป็นฟีเจอร์ใหม่ในเวอชัน 4.0 นั่นเอง (อันเก่าคือ 3.9) สรุปก็คือผมเอาแอปที่ยังทำไม่เสร็จมาอัพเดท แล้วให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้ เวรกำ ตบหน้าตัวเองที่โครตไม่รอบคอบ คือมันรนอ่ะนะ มีผู้ใช้หลายคนทักแชทมาถามกันรัวๆ ผมก็ได้แต่บอกว่าจะเร่งแก้ไขให้นะครับ ตอนนี้ผมเลยต้องรีบแก้ไขบัคดังกล่าว จริงๆบัคไม่มีอะไรมากเลยคือ ผมจะแยก Category ออกมาตาม Account Slot แต่ยังไม่ได้เขียนส่วน join table ทำให้พอ query ออกมา ข้อมูลมันเลยเพี้ยนนั่นเอง กว่าจะแก้เสร็จก็หมดไปอีกวัน รีบอัพแก้บัคในทันที ยังไม่ทันอะไรก็มีผู้ใช้ทักมาว่าที่เมนูหนี้สินมีความสามารถดอกเบี้ยแต่ทำไมใช้ไม่ได้ อ้าวกำ นั่นก็เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ยังทำไม่เสร็จ ทำค้างไว้ ทำให้ไฟลุกขึ้นอีกครั้งที่จะต้องทำฟีเจอร์นี้ให้เสร็จเพื่อให้ผู้ใช้ไม่สับสน กว่าจะทำเสร็จก็หมดไปอีกวัน ตอนนี้ผมต้องไล่ test ดูว่ามีอะไรที่ตัวผมเองวางยาทิ้งไว้อีกหรือป่าว

อันนี้เป็น Wallet Story 4.0 ที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามาว่าทำสรุปรายรับรายจ่ายเพี้ยน 

3

เกี่ยวกับ Wallet Story 4.0 – New universe อ่านได้ที่

มีอะไรใหม่ใน Wallet Story 4.0

ปัญหายังไม่จบ เมื่อมีผู้ใช้คนนึงบอกว่าจะย้ายข้อมูลไปแอปใหม่ แต่ส่งออกไฟล์ไม่ได้ แอป crash ตอนกดส่งปุ่มออก ซึ่งเขาก็ไม่ได้ซื้อบริการสำรองข้อมูลบน server ไว้เสียด้วย ทำให้เขาย้ายข้อมูลไปแอปใหม่ไม่ได้ ผมเลยรีบเช็ค Crashlytic ดูปรากฏว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการอ่านไฟล์ใน Android Oreo ซึ่งแอป Wallet Story เวอชัน 3.9 ยังไม่แก้บัคตรงนี้ และบัคตรงนี้จะแก้ไขในเวอชัน 4.0 ที่ผมกำลังทำพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่แต่ดันเกิดวิกฤตเสียก่อน เอาไงดีละทีนี้ส่งออกไฟล์ก็ไม่ได้ อัพโหลดก็ไม่ได้ ผมก็คิดออกแค่วิธีเดียวคือ ให้ผู้ใช้อัพเดท .apk แบบ manual เพื่อให้แอป Wallet Story จักรวาลเก่าเป็น 4.0 แล้วก็แก้บัคตรงนี้ทำให้ส่งออกไฟล์ได้ แต่ทว่าผมก็ไม่เคยอัพเดทแอปด้วยวิธีนี้ กลัวว่าข้อมูลเดิมจะหายหรือไม่ ถ้าหายก็จะซวยอีกแน่ๆ เพื่อความไม่ประมาทผมเลยลองกับเครื่องของผมก่อน ปรากฏว่าข้อมูลไม่หาย แค่ต้อง build แบบ Release ก็จะอัพเดทได้เลย อ้อ ตรงนี้ดีที่ผมเคยใช้ Build Varaint มาก่อนเลยทำให้สามารถแยก build ตาม packagename ได้ง่ายๆเลย ถ้าไม่เคยใช้ต้องมึนแน่ ปัญหาต่อมาก็คือ ต้องมาคุยแชทอธิบายขั้นตอน เพราะผู้ใช้หลายคนทำไม่เป็น บางคนยังไม่รู้ว่าจะเปิดไฟล์ยังไงเลย แถมต้องไปอนุญาตให้สามารถติดตั้ง apk ด้วย กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งพอได้แล้วก็โล่งใจ ที่มาพร้อมกับคำขอบคุณ เป็นอะไรที่มีทำให้เราความสุขดีนะ

w

หลังจากที่ผู้ใช้ย้ายข้อมูลมาแล้ว ปัญหาที่ตามก็คือ ผู้ใช้ที่เคยซื้อสินค้าในแอป (In-app) เช่น Pro / Icons / Account ในแอปจักรวาลเดิมก็ต้องการที่จะให้แอปในจักรวาลใหม่เป็นเหมือนเดิม แต่ในทางเทคนิคนั้นมันคนละแอปกันทำให้ไม่มีข้อมูลการซื้อเลย ครั้นจะให้ผู้ใช้ซื้อใหม่ก็คงจะไม่ได้แน่ ก็มีวิธีเดียวคือสร้างคูปองแล้วให้ผู้ใช้ส่งหลักฐานการซื้อใน Google Play มา แล้วผมจะให้คูปองไปแลกรับสินค้า แต่ปัญหาจะอยู่กับกรณีคนที่เคยซื้อบริการสำรองข้อมูลไว้ซึ่งมันคือ subscription ซึ่งมันสร้างคูปองไม่ได้ ทำให้ต้องออกเงินเพื่อรับผิดชอบ ราคารายปี 360 บาท รายเดือน 36 บาท โดยผมจะจ่ายเงินคืนให้กับผู้ใช้ที่เคยซื้อบริการไว้ ซึ่งนั่นทำให้ผมอาจต้องหมดเงินไปอย่างน้อย 6,000 บาท ความรับผิดชอบต้องมาก่อน ผมก็ยินดีจ่ายเพื่อรับผิดชอบจากความผิดพลาดทั้งหมด ซึ่งพอคิดๆดูเงินที่ผมเสียไปมันก็ไม่ได้หายไปนะ เพราะผู้ใช้ก็เอามาซื้อบริการในแอปผมอยู่ดี (ถ้าเขาซื้อ) แล้วเงินบางส่วนผมก็จะได้กลับมา ขาดทุนนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร (โดน google หัก 30%)

โดยผมเริ่มแจกคูปองวันที่ 1 พ.ค. 2018 ซึ่งจริงๆตอนนั้น พร้อมจะแจกตั้งแต่วันที่ 26 แล้ว สามารถทำเลยก็ได้ แต่ว่าบังเอิญต้องไปสอบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ กทม แล้วกลัวว่าจะไม่มีเวลาจัดการปัญหาที่ตามมา เลยเลื่อนไปแจกเดือนหน้าเลย 

2

หลังจากมอบคูปองมาตลอด 3 วันให้กับคนที่เคยซื้อ ก็น่าจะมอบไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ทุกอย่างไปได้ดี ส่วนคนที่ซื้อบริการสำรองข้อมูลมาก่อน ผมก็ขอเลขบัญชีแล้วโอนเงินคืนให้

 

ทั้งหมดนี้เป็นแอป Wallet Story ส่วนแอปอื่นๆไม่ได้มีผู้ใช้เยอะและไม่ได้เป็นแอปที่ผู้ใช้จริงจัง ทำให้ไม่ต้องทำอะไรมากนัก ที่เล่ามาก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Wallet Story New Universe หลังจากวิกฤตสงกรานต์ 2018 ซึ่งกว่าจะฟื้นมาได้ก็เหนื่อยใช้ได้เลยนะเนี่ย หวังว่า ตัวผมในอนาคตกลับมาอ่านแล้วจะระลึกถึงเหตุการณ์นี้ แล้วก็หัวเราะดังๆ 55555 ส่วนเพื่อนๆที่แวะเข้ามาอ่านก็หวังว่าจะได้ประโยชน์ครับ ส่วนตัวผมในตอนนี้จากเหตุการณ์วิกฤตนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องร้าย แต่ผมก็ได้อะไรหลายๆอย่างเช่นแก้บัคหลายจุดถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ก็ไม่รู้จะเจอเมื่อไหร่ ได้เห็นมุมมองผู้ใช้กับแอปของเรา ได้เห็นว่าแอปของเรามีประโยชน์กับเขาแค่ไหน ได้พูดคุยและร่วมแก้ปัญหากับผู้คนมากมาย ทั้งๆที่ในชีวิตจริงผมแทบไม่ได้พูดกับใครนอกจากแม่ น้า พี่ชาย รวมๆแล้วหลังจากผ่านความเครียดต่างๆมามันก็สนุกดี แต่ไม่เอาแล้วนะ ขอครั้งเดียวพอนะออเจ้า

 

การกลับมาของ Wallet Story

เพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ก็พยายามย้ายให้คนมาแอปใหม่ มีการอัพเดท Wallet Story 4.1 เพิ่มเติม แล้วก็เพื่อให้แอปติด keyword อีกครั้ง ผมซื้อ Adword หมดเงินไปกว่า 9,000 บาท
แต่ก็คุ้มค่าเพราะแอปขึ้นไปถึง Top 2 Grossing Finance เลย ยอดดาวน์โหลดเกือบจะถึง 50,000 และเริ่มทำรายได้มากกว่าแอปเดิมด้วยซ้ำ

38003769_1999925250072764_3540950443901321216_n

 

 

โดนปิด ภาค 2

30 สิงหาคม 2561 ผ่านมาเกือบ 5 เดือนหลังจากวิกฤตครั้งนั้น ผมก็พยายามอย่างหนักเพื่อกู้คืนแอปและผู้ใช้งานให้กลับมาอีกครั้ง อย่างที่ผมบอกผมซื้อ Adword หมดเงินไปกว่า 9,000 บาท จนตอนนี้ Wallet Story กลับมาอยู่จุดเดิมอีกครั้ง แต่ฝันก็สลายอีกครั้งเมื่อ Google เข้ามาปิดบัญชี โดยบอกว่า พบว่าบัญชี Dev นี้เกี่ยวข้องกับบัญชี Dev เดิมที่เคยถูกปิดไป พูดง่ายๆก็คือเหตุการณ์วิกฤตเกิดซ้ำอีกครั้งแล้ว และเงินจากการขายก็ค้างจ่ายกว่า 400 USD เห้อออ… ทุกอย่างหายไปอีกครั้ง ต้องเริ่มใหม่อีกแล้วหรอ ทำใหม่ก็เหมือนรอวันโดนปิดอีก จะมีคนให้ผมปรึกษาบ้างไหม ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ผมไม่อยากทิ้งผู้ใช้แอปของผมที่เป็นเหมือนครอบครัวของผม ผมยังอยากพัฒนาแอป Wallet Story ของผมอยู่ 

44

 

ไว้จะมาเขียนต่อ