web analytics

ผมบันทึกรายรับรายจ่าย ครบ 120 วันแล้ว

0

 

จากครั้งกระโน้น ผมได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเริ่มบันทึกรายรับรายจ่าย ตอนนี้ก็ครบ 120 วันแล้วละ หรือประมาณ 4 เดือน เริ่มบันทึกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 จนถึงวันนี้ (21 พฤษภาคม 2559) ทำให้ได้เห็นอะไรพอสมควรเลย ว่าเงินที่เราใช้ไปใช้มานี้มันมากเท่าไหร่ ไปกับอะไร โดยเครื่องมือที่ผมใช้บันทึกไม่ได้เป็นกระดาษ สมุดแต่อย่างใด ผมใช้เว็บแอปที่ผมเขียนขึ้นเองบันทึกนี่แหละ เรียกว่า ทำเอง บันทึกเองเลยทีเดียว ผมเรียกเจ้าแอปที่ผมทำว่า Benznest Wallet

ไม่ว่าใคร ผมก็อยากแนะนำให้บันทึกรายรับรายจ่ายนะ เริ่มทำจากวันนี้เลย บันทึกใส่สมุดก็ได้ โปรแกรม แอปมือถือก็ได้ มาลองทำด้วยกัน

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง เอ้ยไม่ใช่ เป็นการบอกตัวผมเองและอยากให้คนที่เข้ามาอ่านเห็นว่ามันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง โดยผมเริ่มจากใช้ชีวิตปกติของผม ใช้เงินเหมือนที่ผ่านมา และครบกำหนดมีข้อมูลของผมมากพอ ก็นำข้อมูลมาวิเคราะห์ มาดูว่ามีแนวทางอย่างไร และจะต้องปรับปรุงอะไรบ้าง การบันทึกแค่ 120 วันอาจจะยังไม่เห็นอะไรชัดเจนนักก็ได้ ดังนั้นต้องบันทึกต่อไปอย่าหยุดนะ

 

ครบ 30 วันแรก

ผมเริ่มบันทึกเมื่อตอนที่ผมไปฝึกงานที่กรุงเทพ โดยฝึกงาน 21 ธ.ค. 2558 – 8 มิ.ย. 2559 ดังนั้นตอนครบเดือนแรกจะตรงกับช่วงที่อยู่กรุงเทพพอดี (เรียนอยู่ที่ เชียงใหม่) และผมเลยเขียนสรุปไว้ด้วย ซึ่งยังไม่ได้สามารถบอกอะไร

เมื่อผมบันทึกรายจ่าย 1 เดือนระหว่างฝึกงานกรุงเทพฯ ด้วย Benznest Wallet

 

เจ้า Benznest Wallet

เว็บแอปที่ผมทำขึ้นเอง ผมไม่อยากใช้คนเดียวนา คนอื่นก็สามารถใช้ได้ด้วย ผมได้อัพขึ้น server ไว้เผื่อใครอยากลองเล่น

benzneststudios.com/benznestwallet

ตอนนี้มีเฉพาะบนเว็บ เวอชันแอนดรอยด์กำลังพัฒนาอยู่

12

 

เริ่มต้น

ข้อมูลที่ผมนำเสนอนี้เป็นข้อมูลจริงๆที่ผมบันทึกนี่แหละ การบันทึกรายรับรายจ่ายของผมนั้นเนื่องจากผมกำลังเรียนมหาวิทยาลัยจึงไม่มีรายรับ จะมีก็คือ คุณแม่โอนให้ จึงอาจจะดูแปลกๆอยู่บ้างนะครับ เพราะไม่ได้บันทึกรายรับของเงินที่คุณแม่ให้เลย จะบันทึกเฉพาะเงินที่ผมหามาได้เองเท่านั้น (ก็ไม่ค่อยจะมี) เลยหมายความว่า เงินคงเหลือติดลบ

 

ช่วงเวลา

ใน 120 วันที่บันทึกไว้ จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงครับ ตามสถานที่ที่ผมไปอยู่ ดังนั้นการใช้เงินมันต้องแตกต่างกันแน่นอน เช่น ปัจจัยค่าครองชีพเป็นต้น

 

โดยช่วงแรกคือ เริ่มบันทึกรายรับรายจ่าย อยู่ที่กรุงเทพแถวๆ เซนทรัลพระรามสาม บันทึกไว้ราวๆ 80 วัน จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่ลำปาง เป็นช่วงสงกรานต์พอดี อยู่บ้านได้ราวๆ 7 วันก็ต้องกลับเชียงใหม่ บันทึกรายจ่ายที่เชียงใหม่จนถึงวันนี้ (21 may 2016) ก็ประมาณ 34 วัน

1

 

80 วันแรกของการบันทึก

ใน 80 วัน ที่บันทึกนี้ใช้จ่ายในตอนฝึกงานทั้งหมดเลย ดังนั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่กรุงเทพ

3

 

ค่ากิน หมดไปหมื่นต้นๆ ที่แพงคือค่าเดินทางที่หมดไปกับค่าตั๋วเครื่องบินกับแท็กซี่ เพราะเดือนกุมภาพันธ์ต้องมาเชียงใหม่ ผมส่งประกวดผลงาน NSC เลยต้องมาร่วมงาน จัดที่พันทิพย์เชียงใหม่ อยู่ที่นี่ 2 วันแล้วบินกลับ โดยค่าเดินทาง ค่าที่พักต้องออกเองก่อน แล้วเบิกทีหลัง หลังจากฝึกงานเสร็จโน้น ค่าหอพักที่ผมอยู่เดือนละ 5,000 บาท แล้วก็มีค่าน้ำค่าไฟ ค่าเฟอนิเจอร์บวกเข้าไปอีก

 

4

 

รวมหมดค่าใช้จ่าย 80 วันที่บันทึกมานี้ทั้งสิ้น เกือบๆ 50000 บาท ส่วนรายรับที่ผมได้มี มี 6000 บาทเป็นเงินเดือนจากบริษัทที่ฝึกงาน วันละ 300 บาท แต่จ่ายช้ามาก นี่ขนาดกลับมาบ้านแล้ว ได้เงินแค่เดือนแรกอยู่เลย ตอนแรกคิดว่าจะใช้เงินจากฝึกงานมาหมุน แต่เงินออกช้าขนาดนี้ จะหมุนได้ไง แล้วก็อีก 3000 บาท เป็นเงินทุน NSC ที่ผมส่ง mobile app แล้วดันผ่านเข้ารอบ (บุญของผมแท้ๆ)

ถ้าหารเฉพาะค่ากิน ซึ่งเป็นค่าครองชีพที่ต้องพิจารณาเมื่ออยู่กรุงเทพ ผมใช้เฉลี่ยต่อวัน วันละ 130 บาท เสาร์อาทิตย์ผมกินแค่สองมื้อ และย่านที่ผมอยู่นั้น ไม่ได้เป็นย่านในเมืองเท่าไหนักร่ เลยยังมีของกินราคาถูกอยู่ ตลาด หรือร้านอาหารตามสั่งราคาไม่ได้แพงกว่าต่างจังหวัดมาก จานละ 35-40 บาท ถ้าเป็นข้าวเหนียวไก่ย่างก็ไม่ถึง 30 บาทก็อิ่มแล้ว

5

 

7 วันที่บ้าน

แม้ว่าจะเป็นเวลาถึง 7 วันแต่ผมแทบไม่ได้ใช้เงินเลย ที่บันทึกไว้มีแค่ค่าอาหาร 163 บาท คือไปเที่ยวเซนทรัลลำปาง ซื้อเฟรนฟรายแมค กับของกินเล่น นอกนั้นอยู่บ้านรัวๆเลย แล้วก็แม่ทำกับข้าวกินที่บ้าน สงกรานต์ก็ไม่ได้ออกไปไหน เรียกได้ว่า ชีวิตสโลวไลฟ์มากๆ

 

35 วันที่เชียงใหม่

มาดูที่เชียงใหม่กันบ้าง แล้วลองเทียบกับกรุงเทพ ผมกินเหมือนเดิมเลย คือ อยากกินไรก็กิน ปรากฏว่าค่าใช้จ่ายไม่ได้ต่างกันมากนักในเรื่องของการกิน คือประมาณ 130 ต่อวัน แต่ว่าที่เชียงใหม่ดูจะประหยัดค่าเดินทางเพราะผมเติมน้ำมันไป 50 บาทแต่ขับได้ทั้งเดือนเลย ค่าที่พัก 15,000 บาทเพราะมันค่อมสองเดือนนั่นเอง ค่าหอที่เชียงใหม่ผม 4,500 บาทต่อเดือน แต่ว่าห้องดีกว่าที่กรุงเทพมากๆ

รายรับได้จากเงินเดือนที่ฝึกงาน โอนตามมา เป็นของเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมรวม 12,800 บาท ได้ค่ารางวัลชมเชย NSC 7,000 บาท ประกวดโปสเตอร์ฝึกงานได้รางวัลชมเชย 200 บาท แฮ่ๆ

7

 

สรุปเรื่องอาหาร ผมกินไป 130 บาท ต่อวันโดยประมาณ ที่กรุงเทพกับเชียงใหม่ไม่ได้ต่างกันนัก วันเสาร์อาทิตย์กินสองมื้อ แต่ก็ไปชดเชย มื้อที่เป็นพวกบุฟเฟ่ ที่ราคาก็โหดขึ้น

8

ใน Instagram ของผมจะมีแต่รูปอาหารที่กินนี่แหละ 

 

แผนภูมิค่าอาหารแบบรายวัน โดยเดือนนี้เล่นบุฟเฟ่ไปสองมื้อเลย กราฟที่ตัวสูงๆ

9

 

สรุป

เมื่อนำเงินรายจ่ายมารวมกันคร่าวๆแล้ว รวม 120 วัน จะประมาณ 70,000 บาท เยอะเอาเรื่องเลยนะ ผมคิดว่ารายจ่ายพวกค่าเดินทาง แล้วก็พวกยา ส่วนนี้มันไม่ได้คงที่แบบค่าอาหารมันแปรผันตามสถานการณ์แหละนะ ถ้าจะลดต้องลดพวกค่าที่พีกกับค่าอาหารให้ได้ แม้ว่าจะได้เงินมาประมาณ 30,000 บาท จากเงินที่ฝึกงาน แล้วก็ได้จากสถานการณ์พิเศษ แต่ก็ไม่พอรายจ่ายอยู่ดี ถ้าไปฝึกงานกรุงเทพแต่ไม่ได้เงินนี่เข้าเนื้อ เลือดซิบๆแน่ๆ สุทธิแล้ว ขาดดุลไป 40,000 บาท เปรียบแล้วก็เหมือนผมมีหนี้อยู่ 40,000 บาท

จากรายการที่บันทึกไปทั้งหมดก็สามารถสรุปได้แบบคร่าวๆ ว่าการบันทึกรายรับรายจ่ายทำให้ผมรู้ว่า ผมกินเฉลี่ยวันละ 130 บาท โดยไปกรุงเทพ หรือเชียงใหม่ก็ไม่น่าจะต่างกันนัก เพราะผมก็จะหาร้านที่ราคาโอเคกับตัวเองอยู่ดี ค่าที่พักคงจะเป็นอะไรที่ดูดเงินที่สุดแล้ว ถ้าทำงานแล้วอยู่บ้าน ใกล้บ้านๆ หรือไม่ต้องเสียค่าเช่าจะประหยัดไปได้มหาศาลจริงๆ ผมโชคดีด้วยที่ไม่ป่วย ค่ายา ค่าหมอเลยไม่มาก (ยาทาสิวแพงเว่อ)

แยกดูค่าใช้จ่าย ตามแต่ละเดือน แล้วแยกตามประเภทด้วย

11

 

สถิติอื่นๆ เช่น บันทึกไป 743 รายการ พวกค่าเฉลี่ยรายจ่ายรายปี นี่ผมก็ไม่รู้ว่าผมทำไว้ทำไมนะ ตอนแรกคิดว่าเป็นการคาดคะเน ว่าถ้ามีรายจ่ายเฉลี่ยเท่านี้ ในปีนี้เราน่าจะมีรายจ่ายเท่านี้ แต่ดูไปดูมา ไม่น่าจะมีประโยชน์เท่าไหร่นัก

10

 

รายละเอียดอื่นๆคร่าวๆ

ผมลองค้นจากรายละเอียดที่เขียนไว้แต่ละรายการดู

มี 180 รายการ ที่เกี่ยวกับ ข้าว เป็นข้าวเหนียว 73 รายการ

มี 115 รายการ ที่เกี่ยวกับ ไข่

มี 115 รายการ ที่เกี่ยวกับ ไก่

มี 101 รายการ ที่เกี่ยวกับ หมู

มี 65 รายการ ที่เกี่ยวกับ นม

มี 25 รายการ ที่เกี่ยวกับ โยเกิต

มี 91 รายการ ที่เกี่ยวกับ ชา (ชาเขียว ชาเย็น)

มี 43 รายการ ที่เกี่ยวกับ ก๋วยเตี๋ยว

มี 27 รายการ ที่เกี่ยวกับ ปลาหมึก

มีค่าซักผ้า 300 บาท

มีค่าวินมอไซ 320 บาท นานๆใช้บริการทีนึง

มีค่าแท็กซี่กับทางด่วน 2,250 บาท

 

จบแล้ว

ภาษาอังกฤษอาจจะมีผิดบ้างในหลายจุด (กำลังฝึกภาษาด้วย) เนื่องจากผมแคปมาจากในแอปอีกที ถ้าพบจุดที่ผิดพลาด ช่วยคอมเม้นแนะนำด้วยครับ จะได้นำไปปรับปรุแก้ไข ขอบคุณครับ

ผมจะบันทึกไปเรื่อยๆครับ หวังว่าเงินคงเหลือจะเป็นบวกได้สักวันหนึ่ง คงต้องทำงานก่อนแหละ เอ้า มาบันทึกรายรับรายจ่ายกันเถอะนะ

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน ขอบคุณที่ติดตามครับ