web analytics

บันทึกสรุปเรื่องราวในปี 2019 ของผม

สวัสดีครับ สรุปปี 2019 ของผม โดยผมเขียนบล็อกมาระยะเวลา 4 ปีแล้ว จุดประสงค์ก็คือเป็นการบันทึกเรื่องต่างๆในปีนั้นๆ ผมก็ตั้งใจว่าจะทำทุกปี อย่างน้อยเวลาเราย้อนกลับมาอ่านเราจะได้รู้ว่า ในปีนั้นมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเราบ้าง

สถิติบล็อก

เริ่มจากสรุปบล็อก 2019 ก่อนนะ เติบโตขึ้นมากกว่า 2018 เกือบเท่าตัวเลย

โดยในปี 2019 ผมขียนบล็อกเกี่ยวกับ Flutter เป็นหลัก เป็นเพราะหันมาจับ Flutter จริงจัง หลังจากเริ่มเขขียนตั้งแต่ปลายปี 2018

Flutter + dart = 49
สรุปงาน event = 5
Benznest’app = 4
Benznest’story = 2
Benznest’trip = 1
Android = 3
อื่นๆ = 2

ชีวิตการทำงาน

กลางปี 2018 ผมเข้าทำงานที่ กฟภ. สำนักงานใหญ่ ตอนนี้ผมทำงานได้ที่นี่เป็นระยะเวลาราวๆปีครึ่งแล้ว โดยได้เข้ามาในฝ่ายพัฒนาสารสนเทศ กองพัฒนาด้านการบริการลูกค้า แผนกที่ดูแลเว็บไซต์ intranet และพัฒนาเว็บไซต์ในองค์กร งานหลักของแผนกจะออกแนว support ผู้ใช้งานในองค์กร ไม่ต้องใช้สกิลด้าน dev มากนัก แต่ว่าก็มีงานอื่นๆที่ต้อง dev บ้าง เช่น พัฒนาเว็บตามความต้องการ ช่วงแรกๆก็เขียนเว็บ PHP ธรรมดา เพราะเป็นเว็บแบบเล็กๆ มักเป็นงานเร่งด่วน ต่อมาก็มีโอกาสได้ทำโปรเจคของกองอื่นๆ (ที่นี่จะแบ่งโครงสร้างเป็น สายงาน > ฝ่าย > กอง > แผนก) ได้ทำเป็น OT โปรเจคนี้ทำให้ได้จับ Laravel อีกครั้ง ก็ดีกว่าไม่ได้ dev ทำอะไรเลยละนะ ได้ทำเป็นฝั่ง front-end รวมๆสนุกดีนะ ทำอยู่ 2-3 เดือนเลย

ประมาณช่วงกลางปี 2019 งานด้าน Mobile ก็เข้ามาโดยบังเอิญ คือ องค์กรมีแนวคิดว่าจะทำเป็นแอปพนักงานรวมในแอปเดียว รวมบริการสำหรับพนักงานในแอปนี้ เช่น ลางาน สลิปเงินเดือน ประวัติการทำงาน การเบิกต่างๆ ซึ่งก็มีพี่คนนึงในกองที่สนใจรับโปรเจคนี้มาทำ แล้วชวนผมมาร่วมโปรเจคนี้ ผมก็เลยได้โอกาสทำแอปนี้ ชื่อแอปว่า PEA Life

แอป PEA Life พัฒนาด้วย Flutter เพราะตอนนั้นผมกำลังร้อนเครื่อง (พี่ที่รับงานนี้มาตอนนั้นกำลังหัด Flutter) และก็ไม่มีใครในฝ่าย เขียน Mobile app ได้ และที่นี่ก็ไม่มี Designer ไม่มี Tester อีกด้วย เรียกว่าไม่มีความพร้อมในการพัฒนา mobile app เลย ดังนั้นมันเลยเหมือนต้องทำเองทั้งหมด design app เองด้วย ตรงนี้เป็นจุดนึงที่แตกต่างกับการทำงานแบบทีมในบริษัทที่ผมเคยทำ เพราะโดยปกติการทำงานจะแบ่งงานชัดเจน เช่น Android developer ก็ทำแต่ Android พวกหน้าจอ UI/UX มี designer ทำให้หมด กำหนดค่าต่างๆไว้ให้หมด ทำให้ developer โฟกัสแค่งานเขียนโปรแกรมจริงๆ แต่พอต้องมาทำส่วน design ด้วยแบบนี้ ทำให้เราจะต้องทำงานหนักขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผมมองว่ามันคือความท้าทายและการฝึกสกิลใหม่ๆ ข้อดีอีกอันคือมีอิสระมาก อยากทำอะไรก็ทำ

เริ่มต้นโปรเจคแอป PEA Life ช่วงแรกเริ่มทำส่วน authen (พวก Login / ยืนยัน OTP) ส่วนหลังบ้านก็ยกให้พี่เขาทำ ส่วนผมก็ทำพวก UI เรียก service สลิปเงินเดือน ซึ่งก็มีทีมที่ทำ service สลิปเงินเดือนให้ใช้งานพอดี ระหว่างพัฒนา จากความไม่พร้อมในการ dev mobile app ทำให้ไม่มีอุปกรณ์ให้ test เลย โทรศัพท์สักเครื่อง แท็บเลตสักอัน ก็ไม่มีให้จะต้องใช้ของตัวเอง หรือยืมคนอื่นมา test และที่นี่ก็ไม่มี Macbook ให้ build iOS ด้วย ผมต้องใช้ Macbook ส่วนตัวมา build งานซะอย่างนั้น (ขี้เกียจแบกขึ้นรถเมล์ไง องค์กรตั้งใหญ่ ฝ่าย IT ส่วน dev ขององค์กร น่าจะมีสักเครื่องให้ยืมนะ )

ผ่านไป 1 เดือนหลังจากเริ่มเขียนแอป ผมเจอปัญหาที่เตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้ คือไม่มี Tester (แบบ tester ที่เป็นงาน) คนที่พอจะช่วย test ก็ไม่รู้ว่าควร test อะไรยังไง ทำให้ test แบบทุลักทุเลกันไป เสร็จแล้วก็ publish เวอชันแรกของแอปไปที่ Play store และ App store (Enterprise) จนได้ ตัวอย่างแอปเวอชันแรก อาจจะดูป็อปแป๊กหน่อย

หลังจาก PEA Life เวอชันแรกเปิดให้ดาวน์โหลด แม้จะมีบัคบ้าง ไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ก็ได้รับการตอบรับดี แต่ทว่าการดาวน์โหลดแอปโดยตรงจาก store ก็ดูจะใช้งานยากสำหรับผู้ใช้ในองค์กร ผมจึงทำหน้าเว็บเพิ่มมาอีกหน้านึง สำหรับประชาสัมพันธ์แอป PEA Life และนำไปเชื่อมกับใน intranet โดยใช้คำโปรยแบบคิดขึ้นมาเองว่า “ชีวิตง่ายขึ้น ความสุขมากขึ้น” เพราะว่าในอนาคตแอปนี้จะรวมบริการของพนักงานในที่เดียว การใช้ชีวิตของพนักงานจะง่ายขึ้นมาก และนั่นจะทำให้พนักงานมีความสุข จึงเป็นที่มาของประโยคนี้ ต่อมาภายหลังทางทางผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็น “ชีวิตง่าย ทำได้ทุกที่” แทน

จากนั้นทางผู้ใหญ่เริ่มมี Road map ต่างๆ ที่จะเพิ่มฟีเจอร์ใหญ่ๆเข้ามาในแอปมากขึ้น เช่น สามารถเปลี่ยนอัตราสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอนาคตวางแผนไว้ว่าจะมีเบิกเบี้ยเลี้ยง และสถานพยาบาล ผมเลยออกแบบหน้ากองทุนฯ และหน้า Home ของแอปใหม่ ซึ่งทุกคนก็ชอบมาก รวมทั้งหน้าจอเปลี่ยนอัตราสะสมของกองทุนฯ ก็ได้รับคำชมว่าดูทันสมัยดี

ภาพตัวอย่าง PEA Life เวอชัน 1.3

แอปเริ่มเป็นที่รู้จักใน กฟภ. มากขึ้น มีการพูดถึงแอป PEA Life ในหลายๆงานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้พนักงาน เช่น งาน ICT Day มีแจกของที่ระลึก เมื่อดาวน์โหลดแอป PEA Life

ช่วงหลังครึ่งปี 2019 ฟีเจอร์ใหญ่ในแอปฟีเจอร์แรกก็มาถึง นั่นคือการเบิกปฏิบัติงานนอกสถานที่ หรือที่เรียกว่าสั้นว่า “เบี้ยเลี้ยง” ก็คือเวลาพนักงงานจะออกไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะต้องได้เบี้ยเลี้ยง พนักงงานก็จะต้องสร้างคำขอเดินทางให้หัวหน้าอนุมัติ ถ้าต้องใช้เงินก็ทำเรื่องยืมเงิน หรือถ้ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆก็นำมาเบิกได้ภายหลัง อะไรทำนองนี้ ระบบนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.ขอเดินทาง 2.ยืมเงิน 3.ทำเรื่องเบิก โดยครึ่งหลังของปี 2019 นี้ จะวางแผนออกแบบและ implement เฉพาะส่วนขอเดินทางก่อน แล้ว 2020 ก็ทำส่วนที่เหลือ ความซับซ้อนของระบบนี้ก็คือมีการอนุมัติและมีการแทนสิทธินี่แหละ หรือก็คือ มันมีเรื่อง Work flow มาเกี่ยวข้อง เลยจะยุ่งยากมาก จะต้องวางโครงสร้างเป็นอย่างดี ทำให้ต้องใช้เวลาวางแผน ออกแบบกันพอสมควรเลย พี่ๆที่เขียน service ด้านข้อมูล HR ทำงานหนักมาก โดยระบบนี้จะมีทั้ง Web Application และ Mobile โดยใน Mobile จะใช้งานผ่านแอป PEA Life นั่นเอง ดังนั้นโปรเจคนี้ทำให้ทีมใหญ่ขึ้น เพราะจะมีฝั่งเว็บ Web ด้วย โดยตัวเว็ยจะใช้ Laravel+Vue ตอนนี้มี developer ในโปรเจคนี้ ประมาณ 8 คน แล้ว โดยผมรับผิดชอบส่วน PEA Life App ทั้งหมด งานนี้ทำให้ผมได้ OT ยาวถึงกลางปี 2020 เลย

นอกจากจะทำส่วนขออนุมัติเดินทางที่เป็นฟีเจอร์หลักในปีนี้แล้ว ผมก็ได้ทำฟีเจอร์อื่นๆใน PEA Life ด้วย เช่น ประวัติการทำงาน ดูวันบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง และอีกอันที่อยู่ๆก็มาแบบงงๆ นั่นก็คือ การขอเบิกค่าคลอดบุตร ที่บอกว่าอยู่ๆฟีเจอร์นี้ก็เข้ามา เพราะว่าผู้ใหญ่ดันไปบอกใน Road Map ว่าในปี 2019 จะสามารถเบิกได้ในแอป PEA Life (ไม่ได้เจาะจงวาเบิกอะไร) ซึ่งปี 2019 ทีมไม่มีแผนทำเรื่องเบิก จะทำเฉพาะเรื่องขออนุมัติเดินทาง ทางทีมเลยเลือกฟีเจอร์เรื่องการขอเบิกค่าคลอดบุตรมาทำ เพราะว่าน่าจะเป็นเรื่องการเบิกทำง่ายที่สุด และมีผู้ใช้น้อยที่สุด มาทำนั่นเอง แม้เเวลามันกระชันชิดสักหน่อย แต่ก็แล้วเสร็จไปได้ด้วยดี

ภาพตัวอย่าง PEA Life เวอชัน 1.4 มีส่วนขออนุมัติเดินทาง สามารถกสร้างคำขอ และอนุมัติได้ในแอป

ในช่วงเดือนธันวาคม 2019 ทางทีมก็ได้ทดลองเปิดใช้งานการขออนุมัติเดินทาง ทั้ง Web / App เฉพาะสำนักงานใหญ่ โดยมีการจัดอบรมให้กับพนักงาน เรียนรู้วิธีการขออนุมัติเดินทาง และมีอบรมสำหรับผู้บริหารแยกพิเศษเรียนรู้วิธีการอนุมัติคำขอ

นอกจากนี้ผมก็แนะนำทีมให้ทำเพจ PEA Life ใน Facebook สำหรับโพสและแชทตอบปัญหากับผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อการแก้ปัญหา แก้บัคที่รวดเร็ว สามารถส่งภาพหน้าจอมาให้ดูได้ทางแชท แม้ว่าผู้ใช้งานในที่นี้จะเป็นคนในองค์กรก็เถอะ แต่คนก็เยอะนะ ราว 3 หมื่นคน ตอนแรกคนอื่นๆก็ไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าจะเป็นการเพิ่มภาระที่ต้องคอยมาตอบแชท แต่พอลองทำเพจ ก็พบว่ามันได้ผลดีนะ สามารถสื่อสารกับผู้ใช้งานได้ดีมาก

สรุปเรื่องงานปี 2019 ของผม รวมๆแล้วผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรให้หนักใจ หลักๆที่รู้สึกได้ว่างานที่นี่ มีความหมายกับผม ก็คือการทำแอป PEA Life อย่างที่เล่าไปนี่แหละ แต่ว่าจริงๆแล้วไม่ได้ทำแค่แอป PEA Life นะ ยังมีแอปอื่นๆและเว็บบ้าง รวมทั้งมีงานออกแบบหน้าเว็บ ด้วย ก็หวังว่าปี 2020 จะได้เห็นแอป PEA Life เป็นแอปที่พนักงานทุกคนใช้งานอย่างเป็นประจำ

ลองทำคอสสอน Flutter

ปี 2019 ผมได้ลองทำคอสสอน Flutter 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนเมษายน และครั้งที่สองเดือนมิถุนายน เป็นคอสแบบ offline เป็นคอสเล็กๆไม่เกิน 10 คน เต็มวัน ราคา 2,900 บาท โดยโปรเจคนี้เริ่มมาจากการเขียนบล็อก Flutter ของผมนี่แหละ มีคนเข้ามาทักแชทในเพจหลายคน ว่ามีสอนไหม อยากเรียน ตัวผมเองก็อยากลองสอนดูบ้างว่าจะเป็นอย่างไร ก็เลยลองปรึกษาพี่คนนึงให้ช่วยเตรียมงานเรื่องสถานที่และอาหาร จากนั้นก็หาคนที่สนใจเรียนจากทางเพจของผมเอง การสอนครั้งนี้เป็นการทำอะไรที่ผมไม่เคยทำ ตอนแรกผมไม่กล้าทำเพราะกลัวว่าจะสอนไม่รู้เรื่อง กลัวจะสื่อสารไม่เป็น คนเรียนจะเบื่อเอาเสียเปล่าๆ แต่พอคิดๆดูแล้วลองสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นอะไร จนเกิดเป็นคอสสอนนี้ขึ้นมา

Wallet Story

ปี 2019 ผมตั้งใจว่าจะทำแอปรายรับรายจ่าย ของตัวเอง ที่ชื่อว่า Wallet Story ให้เสร็จ โดยใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์ และเวลาว่าง ค่อยๆทำไปเป็นงานอดิเรก พัฒนาด้วย Flutter เริ่มทำตั้งแต่ 2018 ก็เขียนไปได้พอสมควรแต่ด้วยความที่เริ่มตั้งแต่ตอนมือใหม่ หัด Flutter แรกๆ โค้ดเลยมั่วไปหมด จนถึงจุดหนึ่งที่เราเขียน Flutter จนพอเข้าใจมันแล้ว เลยตัดสินใจรื้อทำใหม่ทั้งหมดในช่วงกลางปี 2019 จนถึงตอนนี้ก่อนจะ 2020 ก็ทำมาเรื่อยๆ เพลินและความสุขดี คาดว่าจะเปิดทดลองใช้ใน iOS ในครึ่งปีแรกของปี 2020

สกิลที่ได้เรียนรู้

ปี 2019 สิ่งที่ได้เรียนรู้ ถ้าพูดถึงสกิลก็คงต้องยกให้ Flutter ละนะ เพราะว่าได้คลุกคลีกับมันมาทั้งปีเลย อีกสกิลนึงก็คือการใช้ Android studio ใน Mac โดยตัวผมเองติดการใช้ Windows มาตลอดทำให้ พอมาเขียนใน Mac มันขัดใจมากๆ แต่ด้วยงานที่ต้อง build iOS บ่อยครั้ง เลยต้องเขียนใน Mac และฝืนตัวเอง จนตอนนี้ชินกับมันแล้ว พบว่าพวกคีย์ลัดและการใช้งานมันเขียนดีเยี่ยมไม่แพ้ใน Windows เลย

Gadget ที่ซื้อในปี 2019

ปี 2019 ผมได้ซื้อ gadget 2 ตัว คือ iPhone 11 และ iPad Mini 5 กลายเป็นครอบครัว iOS โดยปริยาย ที่เลือก iPhone 11 เพราะมันถูกดี คิดว่าน่าจะคุ้มกับราคา เครื่องก่อนหน้าที่ใช้คือ iPhone6s+ ส่วน iPad Mini5 เป็น iPad เครื่องแรก เอามาเล่นเกม สเปคคุ้มมากก็เลยจัดมาด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์

ปี 2019 เป็นปีที่โสดทั้งปี จบ!!