web analytics

บันทึกสรุปเรื่องราวในปี 2020 ของผม

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่สรุปปี 2020 ของผม ผมเขียนบล็อกมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว จุดประสงค์คือเป็นการบันทึกเรื่องต่างๆในปีนั้นๆ ผมตั้งใจว่าจะเขียนสรุปแบบนี้ทุกปี อย่างน้อยเวลาเราย้อนกลับมาอ่านเราจะได้รู้ว่า ในปีนั้นมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเราบ้าง (หรือจะเรียกว่าบ่นส่งท้ายปีก็ได้ ฮ่าๆ)

สถิติบล็อก

สรุปบล็อก 2020 จากเว็บ StatCounter เติบโตขึ้นจากปี 2019 เล็กน้อย คือประมาณ 16%

ในปี 2020 ผมขียนบล็อกน้อยลงมาก ทั้งหมด 19 บทความ โดยบล็อกหลักๆยังเกี่ยวกับ Flutter อยู่

android = 2 เรื่อง
benznest’s trip = 3 เรื่อง
benznest’s story = 1 เรื่อง
benznest’s app = 2 เรื่อง
Flutter = 11 เรื่อง

ปีนี้ผมนึกไม่ออกเลยว่าผมไปเข้าร่วม event อะไรบ้าง ถ้าให้ผมเลือกบล็อกที่ผมเขียนมาแนะนำ 1 อัน ผมขอแนะนำ เรื่องสรุป Flutter Day ที่จัดในเดือน มิ.ย. 2020 เป็น Live สำหรับนำเสนอและพูดคุยกับ Flutter Developer ผมดูจนจบด้วยละ เพราะมันไม่ถึง 3 ชั่วโมง ผมชอบเขียนบล็อกแบบสรุปเนื้อหาจาก session ต่างๆแบบนี้นะ ในปี 2021 จะพยายามเขียนให้มากขึ้น (:

ปีที่เผชิญ COVID-19

ปี 2020 เป็นปีที่เผชิญกับ COVID-19 ทั้งปี ทำให้การออกจากห้องเพื่อไปทำงานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยเสมอ กลายเป็นของที่จำเป็นในชีวิตไปแล้ว และโชคดีที่ปีนี้ไม่มีเจ็บป่วยหนัก ไม่มีการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ป่วยหนักที่สุดก็คือ ท้องเสียละมั้ง

ใช่แล้วครับ ผมสวมหน้ากากผิดด้าน!

COVID ยังส่งผลกับการดำเนินชีวิตต่างไปจากเดิม เช่น การเว้นระยะห่าง ลิฟต์จำกัดจำนวนคน ถ้าไม่สวมหน้ากากจะเข้าเซเว่นไม่ได้ โรงอาหารกลายเป็นสถานที่ทำข้อสอบ

ภาพโรงอาหาร

Work From Home

COVID ยังมีผลทำให้เกิดการสนับสนุนให้ทำงานจากที่บ้าน (WFH) และในทันใดนั้นเอง ก็มีนโยบายให้สามารถทำงานที่บ้านได้ โดยให้คนในแผนกสลับกันมา แต่ถ้าใครมีงานโอทีจะต้องมาออฟฟิศปกติ ถ้าจะ WFH ทำงานโอทีแบบไม่มาออฟฟิศ จะไม่ได้เงินโอที พูดง่ายๆคือ ทำโอทีห้าม WFH โดยตัวผมเลือกที่จะไม่ทำโอที คือในความคิดของผมนั้น เราไม่ควรมาออฟฟิศหรือมาให้น้อยที่สุดเพื่อลดความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมต้องเดินทางไป-กลับด้วยรถเมล์สาธารณะและเดินผ่านห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ที่มีคนจำนวนมาก เลยเลือกที่จะไม่เอาเงินโอทีก็ได้ (งานส่วนโอทีก็ไม่ทำ)

เริ่ม WFH ช่วงเดือน เมษายน 2020 พบว่าไม่ค่อยพร้อมกับการ WFH เท่าไหร่ เพราะมันกระทันหันมาก พวกเครื่องมือ VPN อะไรก็ยังแอบงงๆ การลงชื่อเข้างานผ่าน LINE ก็มีค้างๆ ส่วนการประชุมออนไลน์ ผู้จัดประชุมอยากใช้แอพอันไหนก็ได้ มีทั้ง Zoom , Teams , Google Meet , E-space UC (แอพภายใน) งงๆดี หลังจากพ้นช่วง lock-down นโยบายก็ให้กลับมาเข้าออฟฟิศเหมือนเดิม

ก่อนหน้านั้นผมได้ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ (เพื่อ WFH มั้ง)

การทำงาน

“อะไรคือสิ่งที่ผมกำลังมองหาจากการทำงานที่นี่กันนะ” คำถามที่ผมถามตัวเองบ่อยครั้งในช่วง 1 ปีนี้ ผมยังไม่สามารถตอบตัวเองได้เสียทีเดียว หลังจากพ้นปี 2020 ระยะเวลาที่ผมทำงานที่ กฟภ. สำนักงานใหญ่ คือราวๆ 2 ปีครึ่ง เป็นระยะเวลาที่ไม่นานแต่มากพอจะได้เห็นหลายๆสิ่ง

ก่อนจะเล่าสรุปถึงเรื่องมุมมองการทำงานในปีนี้ ขอเริ่มจากบรรยากาศการทำงานก่อน เราย้ายมาที่ตึกที่สร้างใหม่ เป็นตึกสำหรับฝ่าย IT โดยเฉพาะ บรรยากาศการทำงานจะมี Partition กั้นทุกโต๊ะ แบบมุมใครมุมมัน ข้อดีคือทำให้มีความเป็นส่วนตัว มีสมาธิ ข้อเสียก็คงจะเป็นทำให้พูดคุยกันน้อยลง ซึ่งส่วนตัวผมโอเคกับการมี partition นะ แต่ก็อยากให้สามารถย้ายที่สำหรับทำงานได้บ้าง มีมุมเปิดที่ให้มาทำงานร่วมกันมากกว่าการตั้งประเด็นแล้วมาประชุมกัน แต่ด้วยคอมพิวเตอร์ทุกคนเป็น PC Desktop คนละ 1 เครื่องที่โต๊ะของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถย้ายหรือยกเครื่องไปทำงานที่อื่นได้ ไม่มีมุมหรือจุดเปิดให้นั่งพูดคุยทำงานร่วมกัน

ภาพภายในสำนักงาน

ต่อมาเป็นเรื่องเนื้องานและมุมมองการทำงานของผม ที่นี่ผมทำงานในตำแหน่งนักระบบงานคอมพิวเตอร์ ความหมายของมันกว้างมาก กว้างจนไม่รู้ว่าทำอะไรกันแน่ และกลายเป็นอยู่ที่ใครอยากจะให้ทำอะไรมากกว่า ตัวผมนั้นผมมองตัวเองเป็น developer มาตลอด และตลอด 1 ปีนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสำหรับ developer ที่มองเรื่อง productivty เลย แต่เป็นที่เหมาะสำหรับ support ที่ dev ได้บ้าง งานที่ทำใน 1 ปีที่ผ่านมาของผมค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งทำเว็บ php , mobile app , ออกแบบหน้าจอ UX/UI , ทำ photoshop แล้วก็ดูแล จัดการ content ต่างๆ ใน CMS จะว่าทำหลายอย่างแล้วไม่ดีก็ไม่ใช่ เพียงแต่มันไม่สนุกอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะงานที่ต้องทำคนเดียวแล้วก็จบ ประกอบกับที่นี่ไม่เน้นการแชร์ความรู้เท่าไหร่นัก ไม่มี review code หรืออ่าน code กันแม้แต่น้อย ไม่มีใครอยากรู้หรือพูดถึงสิ่งที่อยากรู้ ทำให้ไม่พูดถึง tech stack ใหม่ๆ การปรึกษาเพื่อหา solution ร่วมกัน ดูเป็นเรื่องต้องเกรงใจรบกวนกัน และเหมือนทุกคนแค่กำลังทำอะไรบางอย่างให้เสร็จแล้วก็กลับบ้านเท่านั้น อีกทั้งในหลายๆครั้งที่งานเดียวของคนที่ไม่ใช่ developer คือการตามงานจาก developer เขียนถึงตรงนี้ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้ผมค่อยๆสูญเสีย passion ในการทำงานไปขนาดนี้ ทั้งๆที่รอบตัวผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภาrโต๊ะทำงาน (Macbook Pro ส่วนตัว นำมาใช้ build iOS)

ช่วงเดือน ต.ค. เป็นช่วงที่ผมมีปัญหาส่วนตัวบางอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบกับการทำงานพอสมควร แม้จะเป็นสิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้แล้วล่วงหน้า แต่มันก็เป็นเหมือนค้อนที่ตอกลงบนตะปูตัวเดิมอีกครั้ง ทำให้ผมยิ่งรู้สึกหมด passion กับการทำงานไปอีก ถ้าไม่มี covid ผมคงจะพร้อมทิ้งทุกอย่างและไปเริ่มต้นใหม่สักที่

สรุปท้ายนี้ สำหรับผมเรื่องงานในมุมมองจากตัวผมเอง ในท้ายปี 2020 ได้ ก็คงเป็นคำว่า “น่าเบื่อ” ภาพรวมของรูปแบบการทำงานไม่ค่อยถูกจริตผมนัก มันค่อยๆสะสม พอมาคิดๆดูแล้ว หากเป็นคนที่ชิลๆ สบายๆ ชอบเฮฮา คุยเล่นเก่งๆ ขี้เล่น อาจไม่ใช่ปัญหาเลยก็เป็นได้ เหมือนที่คนอื่นๆที่ผมสังเกตพวกเขายังดูสนุก ราบรื่นอยู่ แต่เป็นผมเองที่กลับรู้สึกอึดอัดแล้วกลายเป็นปัญหาเสียอย่างนั้น และนี่เองที่มันค่อยๆกำลังส่งผลอะไรบางอย่างกับทัศนคติของผมทำให้รู้สึกว่านี่มันไม่ใช่ตัวผมเลย หรือปัญหาไม่ใช่ใครที่ไหนเลย แต่เป็นที่ตัวผมเองนี่แหละ

จนช่วงปลายปี 2020 ผมมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยเพื่อจะขอย้ายไปฝ่ายอื่น แม้จะเป็นการย้ายภายใน แต่ที่ใหม่ก็มีการสัมภาษณ์และให้ส่ง portfolio ผลงานภายในด้วย ต้องพูดคุยกับหลายๆคน ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน และนี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้พบสิ่งใหม่ที่ไม่รู้จะดีขึ้นหรือแย่ลง คงได้แต่คาดหวังว่าอย่างน้อยจะได้พบ 2 สิ่ง คือ “ความแตกต่าง” และ “ความสุขในการทำงานที่ได้จากการทำงาน”

นอกจากงานประจำแล้ว ปี 2020 ผมมีรับงาน freelance ที่เป็น Flutter Mobile App 2-3 โปรเจคในช่วงต้นปี และด้วยปัญหาหรือ passion ต่างๆที่ได้รับกระทบจากการทำงานประจำ ผมพบว่าผมไม่ค่อยอยากทำมันเท่าไหร่นัก มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ท้าทายและสนุกกับมัน สนุกที่ได้พูดคุยและแก้ปัญหาร่วมกับคนอื่นๆ แต่ว่าตอนนี้มุมมองและความรู้สึกได้เปลี่ยนไปพอสมควร ผมอยากจะทำงานที่ผมอยากทำมากกว่า งานที่ผมรู้สึกว่าเป็นโลกของผม นั่นก็คือโปรเจคของตัวเอง ทำให้งาน freelance งานสุดท้ายที่ผมทำนั้น ฝืนใจทำให้เสร็จเป็นอย่างมาก และมันคือการทำงานที่ไม่สนุกเอาเสียมากๆ เพราะผมต้องเจอกับความคิดที่ว่า “จะรับมาทำไม” วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา กลายเป็นหลอนไปสักพัก จนถึงตอนนี้ก็ยังมีคนติดต่อแชมมาถามว่ารับงาน mobile ไหม แต่ก็ต้องขอตอบว่าไม่ได้รับครับ ขอบคุณที่เห็นความสามารถของผมครับ

สำหรับผู้ที่บังเอิญเข้ามาอ่าน อยากอ่าน Portfolio (ฉบับ PEA) ผมเขียนไว้ในบล็อกของผมเอง แต่ปิดไว้สำหรับอ่านภายใน หากสนใจอยากอ่านเล่นๆสามารถทักมาที่เพจได้ครับ (:

งานอดิเรก

Wallet Story คือ แอพบันทึกรายรับรายจ่ายที่ผมพัฒนาขึ้นด้วยตนเองทั้งหมด เป็นงานอดิเรกของผมเอง ซึ่งเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2016 และเมื่อปีก่อน คือปี 2019 ผมได้พัฒนาแอพ Wallet Story รายรับรายจ่ายใหม่ทั้งหมดโดยรื้อโปรเจคเดิมที่พัฒนาด้วย Android Native พัฒนาใหม่ทั้งหมดด้วย Flutter คิดไว้ว่าต้นปี 2020 จะเปิดใช้งานพร้อมกับฟีเจอร์ที่คิดไว้ โดยคิดว่าจะเริ่มจาก iOS ก่อน

ช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2020 คือช่วงที่ผมตั้งใจว่าจะพัฒนาฟีเจอร์พื้นฐานของ Wallet Story เพื่อให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ว่าจะเปิดใช้งาน ในเดือน เม.ย. แต่นั่นก็เป็นงานที่เยอะมากจริงๆ เพราะต้องทำใหม่ทั้งหมด โดยเวลาที่ผมใช้คือช่วงดึกของวันทำงานและวันเสาร์อาทิตย์ ผมที่ทำโอทีงานประจำจะเลิกงาน 3 ทุ่ม ถึงห้องที่คอนโดประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง จากนั้นผมจะใช้เวลาอีกวันละ 3-4 ชั่วโมง ให้กับการพัฒนา Wallet Story และนอนในเวลาประมาณ ตี 1 ครึ่ง ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ก็จะทำเต็มเวลาเลย เป็นช่วง 3 เดือน ที่เก็บตัวค่อนข้างหนัก

ภาพวันแรกของ Wallet Story บน App Store วันที่ 8 เมษายน 2020

ในเดือนเมษายน Wallet Story พร้อมดาวน์โหลดให้ใช้งานบน App Store ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เดิม และผมใช้เวลา 1 เดือนต่อจากนี้ คือ เม.ย – พ.ค. สำหรับแก้บัค ปรับปรุงเพิ่มฟีเจอร์เล็กๆน้อยๆ ในเดือน เม.ย. 2020 นี่เอง ที่แอพ Wallet Story เริ่มทำรายได้จาก In-app purchase ครั้งแรกประมาณ $100 หรือ 3,220 บาท แม้จะเป็นเงินที่ไม่มากนัก แต่นับว่าเป็นรายได้ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงที่ผมภูมิใจ เพราะคนที่ซื้อที่ตัดสินใจอุดหนุนเรา เป็นผู้ใช้งานที่เห็นว่าแอพของเราตอบโจทย์ของเขาจริงๆ

รายได้จาก in-app purchase ในเดือน เม.ย.

ช่วงเดือน พ.ค. – ก.ค. เป็นช่วงเก็บตัวครั้งที่ 2 โดยผมได้รวบรวมฟีเจอร์และ requirement ต่างๆมาจากผู้ใช้งานและคิดว่าจะพัฒนาให้เสร็จ และอัพเดทใน ต้นเดือน ส.ค. และผมก็ทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ จากนั้นก็มีอัพเดทใหญ่ต่อเนื่อง ตอนนี้เริ่มมี feedback ต่างๆเข้ามาแล้ว มีทั้งติชม และให้คำแนะนำ

ช่วงเดือน ส.ค.- ธ.ค. ผมยังใช้เวลาทำงานเหมือนเดิม คือทำจนถึงช่วงดึกประจำและช่วงเสาร์ อาทิตย์ แต่ที่เปลี่ยนไปคือ ในเดือน พ.ย. ผมไม่ได้ทำโอทีแล้ว ทำให้มีเวลามากขึ้น นอนดึกน้อยลงบ้าง ประกอบกับฟีเจอร์ที่ตั้งใจจะพัฒนานั้นค่อนข้างทำได้ราบรื่นเพราะได้คิดและปูทางบางส่วนไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ช่วงนี้ทำแบบสบายๆ ทำงานไปด้วยดู Netflix ไปด้วย

การพัฒนาและอัพเดท Wallet Story ทั้งหมดในปีนี้ทำให้ Community ใน Facebook group ก็เริ่มใหญ่ขึ้น มีคนเข้ามาแนะนำสิ่งที่ต้องการมากขึ้น ในตอนนี้มีสมาชิกประมาณ 2,000 คนแล้ว หลายๆคนทักแชทมาสอบถามที่เพจ ทำให้แอพนี้กลายงานอดิเรกที่ผมใช้เวลากับมันเป็นอย่างมาก ทั้งออกแบบ พัฒนา ดูแล support งานขาย นี่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นงานที่ผมมีความสุขกับมันจริงๆ ปัจจุบันที่กำลังเขียนอยู่นี้ เดือน ธ.ค. 2020 แอพ Wallet Story มีผู้ใช้งานประจำ ประมาณ 3,000 user และแน่นอนว่าในปี 2021 Wallet Story จะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆต่อไป ตื่นเต้นจังเลยนะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรื่อง บันทึกการทำแอพ Wallet Story (:

อุปกรณ์ใหม่ที่ซื้อ

พูดถึงอุปกณ์คอมพิวเตอร์ที่ซื้อใหม่ ในปี 2020 ของผม มี 3 ชิ้น
1. PC ประกอบสำหรับใช้ทำงานที่คอนโด สเปคใช้ทำงานไม่เล่นเกม intel i7 9700k , RAM DDR4 2666 16GB×2 , MSI GTX1650 OC 4 GB ราคาประมาณ 40,000 บาท
2. จอ Super Ultra Wide 49 นิ้ว 32:9 ของ Asus ROG Strix XG49VQ ราคาประมาณประมาณ 30,000 บาท สำหรับทำงานกับดู Netflix ไปด้วย ส่วนตัวชอบดู netflix ในคอมมากกว่าในทีวี
3. Keychron K2 คีบอร์ดที่นิยมในสายทำงาน ราคาประมาณ 3,800 บาท

หลังจากซื้อ PC Desktop และจอใหม่ ชีวิตเปลี่ยนไปพอสมควรเลย คือดู Netflix สะดวกขึ้น มีพื้นที่ของจอสำหรับทำงานมากขึ้น

โต๊ะทำงานเดิมที่คอนโด ใช้ Notebook + จอทีวี
ภาพโต๊ะทำงานที่คอนโด กับจอ Super Ultra Wide

อาหาร

หนึ่งในอาหารโปรดของผมคือ ซูชิ ปี 2020 ผมได้กำหนดให้ทุกๆวันศุกร์เป็นวัน Sushi day ของผมเอง เพราะวันศุกร์จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของอาทิตย์ คนอื่นๆมักจะไปดื่มหรือเที่ยวสังสรรกัน แต่ผมนั้นไม่ดื่มและไม่ชอบการสังสรรเท่าไหร่ แถมยังโสดไม่ค่อยมีเพื่อน (เป็นคนเงียบๆน่ะ) แล้วก็จะรีบกลับไปทำงานของเราด้วย แต่ก็อยากมีโมเม้นฉลองในวันศุกร์กับเขาบ้าง ก็เลยกินของที่อยากกินซะเลย และของที่อยากกินนั้น มันก็มักจะเป็นซูชิอยู่เรื่อย ดังนั้นไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ก็กินซูชิทุกวันศุกร์นี่แหละ ทำให้ผมกินซูชิเยอะมากๆ เพราะกินทุกวันศุกร์นั่นเอง ร้านที่กินบ่อยๆคือ ANI Sushi และซูชิบ้านไข่หวาน เฉลี่ยต่อครั้งจะซื้อประมาณ 200-250 บาท จะได้โปร 10 แถม 1

ส่วนเครื่องดื่มก็คงจะหนีไม่พ้นกาแฟที่ติดมากจริงๆ ส่วนใหญ่ที่กินประจำจะเป็นร้านกาแฟมวลชนเพราะอยู่ในสำนักงาน แต่ถ้าวันหยุดทำงานที่คอนโดก็จะเข้าเซเว่น All cafe

การท่องเที่ยว

ปี 2020 แทบไม่ได้ไปไหนเลยเพราะ covid-19 ปีนี้ท่องเที่ยวมีแค่ 2 ทริป คือ ทริปพังงากับทริปเชียงใหม่ ประทับใจทั้ง 2 ทริปเลย เพราะคนละแบบกันโดยสิ้นเชิง ทริปเขาหลัก-ภูเก็ต ในเดือน ต.ค. 2020 เป็นทริปที่ได้ผ่อนคลายบรรยากาศชายทะเล ชายหาดเงียบมากๆ คนน้อย ฟ้าคลื้มๆ ผมชอบบรรยากาศแบบนี้ แล้วก็อาหารอร่อยมาก ส่วนทริปเชียงใหม่-ม่อนแจ่มอากาศหนาวกินหมูกะทะ ได้ขี่มอเตอร์ไซต์แว๊นรอบคูเมือง เดินถนนคนเดินสนุกเหมือนกัน ขอบคุณพี่อีพ พี่ซะและพี่โบว์ที่นำเที่ยวและดูแลอย่างดีครับ (:

ทริปบินไปภูเก็ตเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นวิวทะเลมุมสูงจากบนเครื่องบิน ประทับใจมาก เคยเห็นแต่ในรูปภาพ สวยงามจริงๆ

ภาพจากเครื่องบินก่อนถึงสนามบินภูเก็ต

บันทึกการเดินทางของผม ทั้ง 2 ทริป

ไปม็อบครั้งแรก

วันที่ 19 ต.ค. 2020 ผมมีโอกาสได้ไปร่วมกับม็อบการแสดงออกทางการเมืองที่แยกเกษตร หลังจากที่ได้แต่ติดตามข่าวสารการชุมนุมมาตลอด วันนั้นมีม็อบระยะเวลาสั้นๆ ช่วงหัวค่ำ ซึ่งแยกเกษตรอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน เลยสามารถเดินมาได้ และนี่เป็นการมาม็อบครั้งแรกของผม คนเยอะมากจริงๆ

การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน

การเลือกตั้งท้องถิ่น

เดือน ธ.ค. 2020 เป็นช่วงเลือกตั้งท้องถิ่น โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้เป็นที่สนใจสำหรับผมมาก เพราะพี่ชายแท้ๆของผม (พี่เบิร์ด) ได้สมัครเลือกตั้งเป็นตัวแทน ส.อบจ. แม่เมาะ ที่บ้านเกิดของผม ครอบครัวผมไม่เคยลงเลือกตั้งหรือทำงานการเมืองมาก่อน ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกจริงๆ โดยผมช่วยออกทุนบางส่วนสำหรับการหาเสียง และผมก็สนับสนุนพี่ชายด้วยการบินกลับบ้านไปเลือกพี่ชาย 1 เสียง และไปลุ้นผลการเลือกตั้งของหมู่บ้าน ส่วนตัวไม่เคยมาดูการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเลย ครั้งนี้คือครั้งแรกอีกเหมือนกัน

ภาพถ่ายคุณแม่และน้องๆกับป้ายหาเสียงที่ติดอยู่หน้าบ้านของผมเอง

ผลการเลือกตั้งคือ พี่ชายของผมได้ที่ 2 ครับ ได้รับคะแนนเสียงประมาณ 2,400 เสียง แพ้ที่ 1 ที่ได้ 2,900 เสียง

ภาพหน่วยเลือกตั้งนับคะแนน ที่หมู่บ้านของผม

เตรียมทำคอร์สออนไลน์

ในปี 2021 ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะทำคอร์ส Flutter ออนไลน์ แม้ว่าตอนนี้จะมีผู้สอนหลายท่านทำไปแล้ว ไม่รู้จะช้าไปไหม แต่เพราะผมอยากลองทำจริงๆไม่ได้หวังรายได้ อยากทำคอร์สให้เกิดขึ้นจริงๆอย่างที่ตั้งใจไว้ เลยคิดว่ายังไงก็จะทำให้ได้ โดยผมได้ซื้ออุปกรณ์ เช่น ไมโครโฟน กล้อง ไฟเสริม และฉาก green screen เพื่อทดลองดูว่าพอจะทำได้ขนาดไหน แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่พร้อม เช่น สกิลการตัดต่อ การเตรียมสคลิป ซึ่งน่าจะต้องทำเองหมดเลย และผลงานนี้ผมอยากจะทำให้คุณภาพดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้อีกด้วย

รอชม ในปี 2021 ว่าจะทำได้หรือไม่

ภาพห้องที่ทำเป็นสตูดิโอสำหรับใช้ถ่ายทำคอร์สออนไลน์

ซีรีส์ที่ดูในปี 2020

ปี 2020 ผมดูซีรีส์เยอะพอสมควร ส่วนใหญ่ดูใน Netflix มีบางเรื่องดูใน We TV วันนี้ผมรวบรวมรายชื่อจากประวัติการชมตลอดทั้งปี 2020 โดยเลือกมาเฉพาะที่เป็นซีรีส์

ซีรีส์จีน
– Yanxi Palace Princess Adventures เล่ห์รักวังต้องห้าม เจ้าหญิงผจญภัย
– เซียวฮื้อยี้ 2020
– Well-Intended Love แต่งรักมัดใจบอส
– Find Yourself รักแรกของสาวใหญ่
– ท่านอ๋อง เมื่อไหร่ท่านจะหย่ากับข้า SS1
– ฝันคืนสู่ต้าชิง

ซีรีส์ญี่ปุ่น
– Doctor X SS6
– Alice in Borderland

ซีรีส์เกาหลี
– Hotel del Luna รอรักโรงแรมพันปี
– Vagabond เจาะแผนลับเครือข่ายนรก SS1
– Secret Garden เสกฉันให้เป็นเธอ
– The Heirs วุ่นรักทายาทพันล้าน
– Dr. Romantic SS1 คุณหมอโรแมนติก
– คุณหมอสองภพ
– Crash landing on you
– Sky castle
– Something in the Rain สื่อรักในสายฝน
– Master’s Sun รักป่วนวิญญาณหลอน
– Kingdom SS2
– Itaewon Class ธุรกิจปิดเกมแค้น
– My Girl Friend Is A Gumiho แฟนผม! เป็นจิ้งจอกครับ
– Pinocchio พิน็อกคิโอ รักนี้หัวใจไม่โกหก
– Radiant Office บริษัทป่วน (ไม่จำกัด)
– Fight for My Way สู้เพื่อทางสู่ฝัน
– Doctors ตรวจใจเธอให้เจอรัก
– Goblin
– The King: Eternal Monarch
– Hospital Ship เรือรัก เรือพยาบาล
– It’s okay to Not Be okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน
– Sweet Home

ซีรีส์ตะวันตก
– Dracula SS1
– Sex education เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) SS2
– Alter carbon SS2
– Viking SS1-2
– Money Heist SS4
– Dynasty SS3
– Snowpiercer SS1
– Lucifer ยมทูตล้างนรก SS1-3
– Startrek Discovery SS3
– The 100 SS5
– Away อะเวย์ ด้วยรักจากขอบฟ้า SS1

ผมขอลองจัด 3 อันดับ The Best Series 2020 จากรายชื่อที่ผมดูนะ ได้แก่
แท๊นแท๊นนน
.
.
อันดับ 1 : Crash Landing on You
อันดับ 2 : Dynasty SS3
อันดับ 3 : Alice in Borderland

คิดอะไรไว้ในปี 2021

  1. ทำคอร์สออนไลน์ ตั้งใจว่าจะทำให้เป็นจริงให้ได้ สิ่งที่ผมต้องฝึกคือสกิลการตัดต่อ ต้องเตรียม สคลิป สื่อประกอบการสอนต่างๆ หวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริง (:
  2. อยากฝึกสกิลสายเว็บที่เป็นที่นิยมกัน อยากโปรๆกับเขาบ้าง เช่น node.js , Vue.js , React
  3. อัพเดทแอพ Cryptobula ซึ่งเป็นแอพอีกตัวของผมเอง ที่ผมทำไว้ใน App Store สำหรับดู portfolio cryptocurrency ส่วนตัวคิดว่ายังทำอะไรเพิ่มได้อีกเยอะ ในปี 2021 จะพัฒนาอัพเดทแอพตัวนี้
  4. จะทำให้แอพ Wallet Story มี Active user ถึง 6,000 user และพัฒนาฟีเจอร์ส่วนที่ยากที่สุด คือ Sync data across multi-devices
  5. อยากได้ Macbook Pro M1 วางแผนว่าจะซื้อ Macbook ใหม่อยู่พอดี ใช้สำหรับเขียน iOS ตอนนี้รอดูรีวิวจาก developer ท่านอื่นๆก่อน อยากได้ แฮ่ๆ
  6. ทำรายรับรายจ่าย ฮ่าๆ ถึงผมจะพัฒนาแอพบันทึกรายรับรายจ่าย แต่ทว่าผมพลาดทำข้อมูลของตัวเองเพี้ยน ทำให้หยุดทำไป ในปี 2021 จะใช้แอพของตัวเองบันทึกอีกครั้งนี่แหละ
  7. อยากลองออกไปเที่ยวคนเดียว จริงๆผมคิดไว้นานแล้วแต่เจอ covid พอดี ประมาณว่าซื้อตั๋วรถไฟไปสักจังหวัด เช่ามอเตอร์ไซต์ขี่เล่น ไปตามคาเฟ่หรือสถานที่ที่น่าสนใจ เขียนบล็อกไปด้วย นอนค้างสัก 1-2 คืนแล้วก็นั่งรถไฟกลับ

ขอบคุณผู้ที่บังเอิญเข้ามาจนจบทุกท่าน (:
Panuwat Jantawee
Year in Review, 2020